hardskill และ softskill ทักษะแห่งความสำเร็จ

ทำไม Hardskill และ Softskill จึงเป็นทักษะแห่งความสำเร็จของคนทำงาน

คำว่าทักษะหรือ skills นั้นทุกคนรู้จักดีว่ามันคือทักษะ เป็นความสามารถติดตัวของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง โดยเป็นได้ทั้งความสามารถที่มีมาแต่กำเนิด เช่น ความคล่องแคล่วว่องไว การว่ายน้ำ การเอาตัวรอดหรือทักษะที่เกิดจากการเรียนรู้ ช่วยเพิ่มความสามารถในการตัดสินใจ

Hardskills และ Softskills ต่างกันอย่างไร ?

ความแตกต่างของ 2 สิ่งนี้เป็นเรื่องเข้าใจง่ายมาก เพราะว่า hardskill นั้นเราเรียกว่าเป็นทักษะทางความรู้และ softskill นั้นคือ ทักษะทางความคิด เมื่อ 2 สิ่งนี้ผสานรวมกันจึงได้มาซึ่งบุคคลที่มีความสามารถรอบด้าน พร้อมที่จะนำทักษะนั้นไปใช้คิด วิเคราะห์ และแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว

ในบทความนี้จะกล่าวถึงทักษะทั้ง 2 ส่วน คือ Hardskill และ Softskill ที่สำคัญในยุคนี้เท่านั้น โดยผู้อ่านสามารถอ่านเรื่อง 5 ทักษะที่ควรมี ในยุคดิจิทัล และเนื้อหาข้อมูลที่ลึกขึ้นอีกได้ในบทความ

Hardskills ที่จำเป็นกับคนทำงาน

ทักษะด้านความรู้หรือ hardskill กล่าวคือ ทักษะด้านการใช้เครื่องมือ (tools) นั้น จำเป็นอย่างมากในการพัฒนาองค์กรและธุรกิจอย่างรอบด้าน โดยทักษะด้านความรู้ ความเข้าใจที่จำเป็นในระบบเศรษฐกิจดิจิทัล ตัวอย่างเช่น

1. การใช้ cloud computing

ทักษะการใช้เครื่องมือและระบบความปลอดภัยด้านข้อมูล เครือข่ายต่างๆ ไม่ได้จำเป็นเฉพาะนักพัฒนาซอฟท์แวร์ หรือโปรแกรมเมอร์อีกต่อไป เพราะเทคโนโลยีทุกวันนี้ใกล้ตัวเรามากขึ้น ทั้งข่าวสาร การสำรองข้อมูล หากผู้ใช้งานทั่วไปไม่สามารถทำความเข้าใจเครื่องมือความรู้เหล่านี้ อาจเกิดผลร้ายตามมาถึงระดับส่วนบุคคลได้ บ่อยครั้งที่การไม่รู้ทำให้เราโดยมิจฉาชีพ ขโมยข้อมูล แฮกบัตรเครดิต ฯลฯ จนนำไปสู่ความเสียหายร้ายแรง

2. การคำนวนเชิงตรรกะ

ทักษะการใช้เครื่องมือคำนวนวิเคราะห์เหตุผล การวางแผน การวางกลยุทธ์ปัจจุบันมีเครื่องมือให้ใช้มากมาย เพื่อทำการวิจัยและต่อยอด ทดลองและสรุปผลให้ได้มาซึ่งผลลัพท์ทางการค้า หรือจุดประสงค์อื่นใดที่เกี่ยวข้อง เช่น การสร้างกำไร แผนการเติบโตขององค์กร การวิจัยผลงานต่างๆ ของบุคลากรในองค์กร ล้วนต้องใช้ทักษะเหล่านี้ทั้งสิ้น

3. การควบคุมปัญญาประดิษฐ์ (Ai)

ปัญญาประดิษฐ์นั่นเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อความสะดวกสบายในชีวิต โดยจุดประสงค์ส่วนใหญ่นั้นต้องการให้พวกเราใช้ชีวิตได้ ง่าย และสบายมากขึ้น เนื่องจากเทคโนโลยีทุกวันนี้เกือบจะเป็นแบบอัตโนมัติ (Automate) มากขึ้นทุกวัน ตั้งแต่เรื่องพื้นฐาน ร้านอาหาร การเงิน การเดินทาง สิ่งเหล่านี้ Ai ล้วนเข้ามามีบทบาทอย่างจริงจัง จนทำให้บางคนกลับมองว่า ปัญญาประดิษฐ์เหล่านี้ อาจสร้างปัญหาชีวิตให้กับพวกเขา การเลิกจ้าง การตกงาน หรือแม้แต่การไม่สามารถควบคุมเครื่องมือเหล่านี้ คงไม่ส่งผลดีต่ออนาคตในชีวิตคนทำงานอย่างแน่นอน

4. การบริหารทรัพยากร

เมื่อมีผู้คนก็ย่อมมีปัญหา และหนึ่งในปัญหาที่แก้ยากสุดๆ นั่นคือปัญหาระหว่างคนกับคน เช่น การอยู่ร่วมกันของคนในองค์กร ทีมงาน ทีมบริหารงานหน่วยต่าง ๆ ล้วนมีปัญหา หากเราไม่สามารถพัฒนาทักษะการบริหารให้ดีได้ ปัญหาที่ตามมาจะใหญ่กว่าปัญหาที่เรียกว่าคน ส่งผลไปถึงการทำธุรกิจ ทักษะการบริหารทรัพยากรบุคคลจึงมีความสำคัญในทุกองค์กรแบบสุดๆ

5. การใช้เครื่องมือออกแบบฟังก์ชัน

การออกแบบต่างๆ เข้ามามีส่วนในชีวิต ทำไมจึงกล่าวเช่นนั้น เพราะปัจจุบันไม่ว่าเราจะทำกิจกรรมใด ๆ ตั้งแต่ตื่นนอน ไปจนถึงการสิ้นสุดในแต่ละวัน เราเลี่ยงการใช้งานอุปกรณ์ไฮเทคต่าง ๆ ไม่ได้เลย ทั้งงานออกแบบ การสร้างตึก การใช้งานอินเทอร์เน็ต เครื่องเล่นเกมส์ การเดินช้อปปิ้ง

แม้กระทั่งในร้านอาหาร ล้วนแต่มีการออกแบบฟังก์ชันการใช้งานเพื่อให้รองรับต่อการใช้งานของบุคคล (User Interface design) และยังไม่รวมถึงการออกแบบฟังก์ชันที่เป็นประสบการณ์การใช้งาน (User Experience) อีกด้วย

Softskills ใดที่จำเป็นต่อคนทำงาน

ทักษะด้าน softskills นั่นสร้างให้คนมีความคิดความอ่าน การตัดสินใจ และการแก้ปัญหาที่ดีได้ นับเป็น ความสามารถทางสังคม อย่างหนึ่ง ลองคิดง่ายๆ ว่า

หากคุณมี hardskill สิ่งนั้นทำให้คุณหางานได้ softskills ก็เปรียบเหมือนทักษะที่ทำให้คุณทำงานได้อย่างมีเสถียรภาพ และมั่นคงในช่วงชีวิตการทำงาน

1. ทักษะการปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้คน (Interpersonal skill)

กล่าวคือ ทักษะนี้ช่วยให้คุณสามารถติดต่อสื่อสาร ระหว่างบุคคลในองค์กรเพื่อทำให้เกิดความเข้าใจอย่างถูกต้อง หรือภาษาชาวบ้านเรียกว่า คุยภาษาเดียวกัน นั่นเอง ซึ่งหากคุณขาดจุดนี้ไปจะเกิดปัญหาตั้งแต่เริ่มงานเลยก็ว่าได้ เพราะคุยกันไม่เข้าใจ ชี้นกไม่เป็นนกชี้ต้นไม้บอกเป็นก้อนหิน แค่คิดตามก็งงแล้วใช่ไหม

2. ทักษะการอยู่ร่วมกันในทีม (Team Spirit)

การทำงานเป็นทีม จำเป็นต้องทำกันอย่างพร้อมเพรียงการฝึกให้คนในองค์กรมีทักษะนี้ เรามักจะเห็นอยู่บ่อยๆ เช่น การปฐมนิเทศก่อนเริ่มงาน จุดประสงค์ก็เพื่อพัฒนาทักษะนี้ การสื่อสารทางกาย การพูดและความคิด นั้นช่วยให้บุคคลากรในทีมสามารถเข้ากันได้ดี และทำงานบรรลุจุดประสงค์ได้อย่างรวดเร็ว

3. ทักษะการปรับตัว (adaptability)

มนุษย์เรานั้น ส่วนใหญ่เลือกที่จะอยู่กับความเคยชิน พฤติกรรมที่คุ้นชินและมักไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง การขาดความยืดหยุ่นนี้เป็นสิ่งที่นำไปสู่การเสียโอกาส ทั้งด้านความรู้ความสามารถ และการพัฒนาตนเอง การปรับตัวไม่เพียงแค่เราต้องปรับตัวให้เข้ากับทีมอีกต่อไป แต่หมายถึงความรู้ความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับองค์กร การรู้ธรรมเนียมปฏิบัติ วัฒนธรรมขององค์กร ซึ่งทักษะนี้เรามักจะเห็นอยู่ในผู้นำองค์กร หัวหน้าทีม หรือผู้นำทางความคิด เพราะคนที่ปรับตัวเก่งจะมองเห็นความผิดพลาดของระบบ นำไปสู่การแก้ไขได้

4. ทักษะด้านพฤติกรรม (Behavioural)

ทัศนะคติ หรือ mindset นั่นเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันบุคคลากรในสังคมอย่างไม่แบ่งชนชั้น ไม่ว่าคุณจะทำงานตำแหน่งใดในองค์กร ตั้งแต่ภารโรง ไปจนถึงหัวหน้างานระดับสูง ต้องมีทัศนะคติที่ดีต่อทั้งผู้คน หน้าที่ และสถานที่นั้นๆ กล่าวคือ ทัศนะคติทำให้เราเข้าใจได้ว่า เรากำลังทำอะไรอยู่ ทำเพื่ออะไร และจะถึงเป้าหมายได้อย่างไรอีกด้วย

5. ทักษะในการต่อรอง (Negotiation Skills)

การรักษาผลประโยชน์ให้ตัวเอง และผู้อื่นเป็นสิ่งที่ควรกระทำ ไม่ว่าจะเป็นทั้งเรื่องส่วนตัว เรื่องงานและยังช่วยลดความผิดพลาดของเป้าประสงค์ใดๆ ที่จะเกิดขึ้นตามมาหลังการต่อรองนั้นๆ หากไม่อยากถูกมองข้ามหรือเป็นตัวสำรอง ทักษะนี้นับว่าจำเป็นกับคุณเป็นอย่างมาก

ฝึกฝน Hardskill และ Softskill อย่างไร

  • ศึกษาเรียนรู้เครื่องมือการทำงาน เพื่อให้ตัวเองมีความสามารถเท่าๆ กับคนในทีม เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของทีม
  • ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ทัศนคติที่มีต่อการทำงาน และบุคคลที่ร่วมงาน
  • ฝึกรับมือทางความคิด การวิพากวิจารณ์ เปิดใจรับข้อดีและข้อด้อยในตัวเอง เพื่อพัฒนาทักษะ
  • ใช้ชีวิตอย่างมีหลักเหตุผล รู้ผลของการกระทำอย่างเป็นเหตุเป็นผล

เราสามารถทำความเข้าใจง่ายๆ คือ ทักษะทั้ง 2 ส่วนนี้ เป็นสิ่งที่ควรคู่กัน เพราะส่วนหนึ่ง คือ การสร้างโอกาสให้ตัวเอง และอีกส่วน คือ การที่เราคว้าโอกาสนั้นและนำพาโอกาส โดยใช้ทักษะนี้นำไปสู่ความสำเร็จในชีวิตการทำงานได้

Related Articles