วิเคราะห์กลยุทธ์การตลาดใน Animal Crossing

animal crossing strategy

วิเคราะห์กลยุทธ์การตลาดผ่านเกม Animal Crossing เกมส์ฮิตที่สุดในยุคนี้

ฮิตติดลมบนพ่วงด้วยยอดขายถล่มทลายแซงทุกเกม สำหรับเกมแนวเพลินเชิญมาติดเกาะอย่าง Animal Crossing : New Horizons บนเครื่อง Nintendo Switch เกม RPG ผสานกับ Life Simulation ที่ทุกอย่าง ทุกบทบาท ทุกคนเล่นจะมีความต่างกันตามการสุ่มของเกม

17 ปีบนเส้นทางการติดเกาะ…ซีรีส์แห่ง Animal Crossing

ปี 2001 Animal Crossing : Animal Forest ภาคแรกถูกสร้างให้เล่นกับเครื่อง Nintendo64  ในช่วงแรกเปิดให้เล่นเฉพาะในโซนญี่ปุ่น หลังจากนั้นก็ขยายเป็นให้ทั่วโลกได้สนุกสนานไปพร้อมกัน

ปี 2004 : ได้ถูกพัฒนาต่อและให้เล่นกับเครื่อง Nintendo GameCube วางแผนและพัฒนาโดย Katasuya Eguchiและทีมงานของ Nintendo (Nintendo EPD) ซึ่งแน่นอนว่าได้รับคำวิจารณ์จากผู้เล่นในแง่ดี เชิงบวกอย่างมากรวมถึงยอดขายในขณะนั้นก็ทำได้ดีถึง 2 ล้านชุด นี่จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ Animal Crossing ที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ปี 2005 Animal Crossing ได้ถูกพัฒนาให้มีความสมจริงและ Real-Time มากยิ่งขึ้นด้วยการเพิ่มฤดูกาลและยังเพิ่มความอิสระในการแต่งเกาะเข้าไปอีก วางขายในชื่อ Animal Crossing : Wild World ซึ่งเล่นได้กับ Nintendo DS  และแน่นอนว่า ยอดขายของเกมนี้สูงทะลุเป้าอย่างไม่คาดฝันไปถึง 11,750,000 ชุดเลยทีเดียว

ปี 2008 ภาคต่อได้ถูกปล่อยขายในชื่อ Animal Crossing : City Folk หรือ Animal Crossing : Let’s Go to the City ที่เล่นได้บน Nintendo Wii และยังให้ผู้เล่นภาคเก่าอย่าง Wild World นำเซฟมาเล่นในเครื่องนี้ได้อีก และเพิ่มระบบการเชื่อมต่อออนไลน์ของ Nintendo Wii หรือ WiiConnect24 ได้อีกด้วย พิเศษไปกว่านั้นภาคนี้รองรับ Voice Chat สามารถคุยกันผ่านเสียงได้ด้วยนะ แต่นั่นแหล่ะ…. เสียงเริ่มแตกจากการพัฒนาที่ผู้เล่นและผู้พัฒนาเห็นว่า มีบางอย่างไม่ได้พัฒนาไปเลยและดูเหมือนว่าในภาคนี้นั้น การพัฒนาด้านต่าง ๆ ไม่เป็นไปตามที่ผู้พัฒนาได้กล่าวอ้างไว้อีกด้วย ภาคนี้เลยทำให้ไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าที่ควรสักเท่าไหร่แต่ก็ขายได้ถึง 3,380,000 ชุด

ปี 2013 Animal Crossing ถูกพัฒนาขึ้นอีกในภาค Animal Crossing : New Leaf ซึ่งสามารถเล่นได้กับเจ้าเครื่อง Nintendo 3DS ภาคนี้เป็นการรวบยอดจุดเด่นจากภาคต่างๆ มารวมกัน ทำให้มีสีสันและสมจริงมากยิ่งขึ้น ซึ่งเหตุนี้เองทำให้ได้รับความนิยมทะลุเป้าอีกครั้งด้วยยอดขายถึง 11,780,000 ชุด ก้าวกระโดดทวงบัลลังค์ขึ้นมาอีกครั้ง

และในปี 2019 – ปัจจุบัน เกิดกระแส Animal Crossing : New Horizons ฟีเวอร์ขึ้นอีกครั้ง เมื่อเปิดตัวให้เล่นได้กับ Nintendo Switch ทำให้กระหึ่ม ลุกฮือสำหรับคนเกมและมือใหม่ให้ความสนใจจนราคาเกมทะลุสูงขึ้นอย่างมากในขณะนี้

[wp_ad_camp_1]

เกมที่ไม่ได้เป็นแค่เกม

เกมสไตล์ Life Simulation เหมือนจะง่าย เล่นเพลิน ๆ แต่ชีวิตกลับต้องถูกวางแผนอย่างดีเพื่ออนาคต! ทำไมเราต้องบอกแบบนี้ จะบอกว่าเกมนี้ถูกสร้างมาให้ดีไซน์ชีวิตตามที่คุณเลือกเอง มีความคล้ายกับ The Sim แต่ก็ยังมีความแตกต่างกันค่อนข้างมาก ในมุมของผู้เล่นทั้งสองเกมนี้อย่างจริงจัง

Animal Crossing : New Horizons

เกมเล่นเพลินเชิญติดเกาะ ให้ใช้ชีวิตเรียบง่ายแบบไม่ง่าย เพราะต้องทำมาหากินและใช้หนี้ ใช่แล้ว! อ่านไม่ผิด จุดเด่นหลักของเกม คือ การพัฒนาเกาะในรูปแบบของคุณเอง คุณสามารถวางทุกตำแหน่ง การจัด layout ของเกาะ สร้างแม่น้ำ สร้างน้ำตก การตกแต่ง การเล่นระดับของเกาะ หรือจะสร้างเมืองจำลองในแบบที่คุณชอบ ก็อยู่ที่คุณแล้วล่ะ ว่าจะวางแผนยังไง เรียกว่า “อนาคตอยู่ในมือคุณ”

ส่วนสำคัญในเกมอย่าง สกุลเงิน Bells กลับไม่ได้มีค่ามากไปกว่า Nook Mile ที่มีไว้สำหรับการบินเกาะร้างเพื่อไปหาปลาแปลกๆ เกาะใหม่ๆ ที่มีไว้สุ่มกว่า 10 เกาะ เรียกว่าเป็นการสร้างมูลค่าเกาะและสิ่งของต่าง ๆ ที่ คุณต้องเริ่มวางแผนตั้งแต่การเข้าเกมเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการเลือกก่อนว่าอยากอยู่โซนไหน เกาะเหนือหรือเกาะใต้ ทั้งสองฝั่งนี้จะมีความแตกต่างกันอยู่เล็กน้อย เรียกว่า แค่เริ่มเกมคุณก็ต้องวางกลยุทธ์แล้วล่ะ

สกุลเงิน Bells เป็นค่าเงินที่เกิดจากการซื้อขายสินค้า ที่ขายได้ทุกอย่างในเกาะใบนี้ แต่ Nook Mile ที่เราขอซูฮกต่อคนที่ถือเป็นจำนวนสูงว่า คุณคือตัวจริง!! เพราะกว่าจะได้มาคุณต้องผ่านเควสในแต่ละวัน หรือเป้าหมายที่เกมกำหนดเพื่อสะสม Mile ไปเรื่อยๆ ในการแลกซื้อไอเทมพิเศษที่ไม่มีขายรวมถึงตั๋วเครื่องบิน เพื่อบินไปเกาะร้างในการเก็บ เสาะหาของมาขายนั่นเอง เรียกว่า ทั้งสองสกุลนี้สำคัญต่อการดำรงชีวิตบนเกาะ.. ไหนใครบอกว่าเกมชิล ๆ

กลยุทธ์การเล่นเกม VS กลยุทธ์การตลาด

Animal Crossing สอนให้เรารู้จักคิดและเป็น นักวางแผน เพราะเมื่อไหร่ที่คุณพลาดนั้นเท่ากับว่า คุณจะต้องเหนื่อยมากขึ้น และต้องใช้เงินมากขึ้นในการรื้อ!! ทั้งเกาะขึ้นมาใหม่ เพื่อไปให้ถึงดวงดาว ไม่ว่าจะเป็นแต้ม 5 ดาวของคะแนนเกาะ และ แต้ม S สำหรับการตกแต่งบ้านให้น่าอยู่

ซึ่งแน่นนอน แต้มเหล่านี้ได้มาด้วยการดีไซน์ การแลกซื้อไอเทม ประดิษฐ์เฟอร์นิเจอร์ ที่ถูกจัดวางให้สวยงามโดยมีค่าคะแนนด้านต่าง ๆ ซะด้วย ไหนจะเรื่องความสะอาดของเกาะ ไหนจะเรื่องฮวงจุ้ย ไหนจะเรื่อง Mood&Tone การจัดวางสีตีมของเฟอร์นิเจอร์ โอ้โห!

เกมนี้บอกอะไรเราบ้าง ในมุมของการสร้างธุรกิจ ?

เริ่มต้น..ด้วยการวางแผน

ซึ่งเหมือนกันการลงทุนทำธุรกิจยังไงยังงั้น นอกจากการจัดวางตำแหน่งของบ้าน เพื่อนบ้าน เต้นท์พลาซ่าและเต้นท์ร้านค้า (สำหรับการทำอสังหาฯ และการค้าขายของในเกาะ) ซึ่งในอนาคตเกมจะพัฒนาให้เติบโตได้อีก รวมถึงต้องคำนวนการวางพื้นที่ของเพื่อนบ้าน ที่ในอนาคตจำเป็นต้องมีถึง 10 หลัง

กลยุทธ์การวางแผนสำคัญอย่างไร ?

ที่บอกว่าต้องมีการวางแผนนั้นเพราะ.. เกมมีการใช้ชีวิตที่มีความคล้ายกับชีวิตจริงซะเหลือเกิน ไม่ใช่ว่าชวนมาติดเกาะเพลิน ๆ เท่านั้น แต่คุณจำเป็นต้องแสดงฝีมือการพัฒนาเกาะอย่างก้าวกระโดด เพื่อผ่านชาเลนจ์ เริ่มเกมในด่านแรก นั่นคือการพัฒนาเกาะให้ได้ 3 ดาว เมื่อคุณมาถึงจุดนี้จะปลอดล๊อคให้คุณพัฒนาเกาะได้แบบ Advance ขึ้นไปอีก ด้วยไอเท็ม มากมาย และความสามารถในการขุดเจาะก็บังเกิด ซึ่งถ้าคุณวางแผนอย่างดีแล้ว การทำเกาะให้มีคะแนนไปถึง 5 ดาวนั้นจะใช้เวลาไม่นาน

คุณไม่ต้องเหนื่อยทั้งแรงและเม็ดเงินในการซื้อของมาเสียเปล่าแล้วต้องซื้อใหม่ หรือขยับขยายไปอย่างไม่สิ้นสุด แทนที่จะได้เล่นให้เกมเดินหน้า ถ้าต้องรื้อไม่จบก็เท่ากับ เดินย่ำอยู่กับที่นั่นแหล่ะ

ในลักษณะเดียวกัน การทำธุรกิจ คุณจะนั่งปั่น ขายของ หาเงิน ขยายกิจการอย่างเดียวไม่ได้ คุณจำเป็นต้องวางแผนอย่างมีหลักการ มีการกำหนดว่าเงินนั้นจะต้องนำไปใช้จ่ายในส่วนใดบ้าง เพื่อการดำรงชีวิต เพื่อต่อยอดธุรกิจ เพื่อพัฒนาให้ธุรกิจเติบโต ต้องมีการคัดสรร ว่าจ้าง รวมถึงการใช้หนี้!

เกมนี้ต่างจากเกมอื่น เพราะไม่ใช่ว่าเกาะไม่สวย แผนไม่ดี แล้วรื้อ เล่นใหม่ มันไม่ง่ายขนาดนั้น เพราะทุกจุดต้องใช้เวลา ใช้หัวใจและต้องดีไซน์ชีวิตแทบทุกด้าน ซึ่งหากเล่นด้วยเหตุผลแล้ว เราว่าคุณนำมาใช้ในการทำงาน ทำธุรกิจของคุณได้เลย ในเชิงธุรกิจหากคุณยังไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ดังนั้น การวางแผนด้วย Business Canvas ช่วยได้มากทีเดียว อ่านเรื่อง Business Model Canvas

นอกจากการวางแผน การจัดวาง lay out ต่างๆ แล้ว คุณยังจำเป็นต้องมีวินัย ในการจัดสรรเวลาในด้านต่าง ๆ ทั้งการหาเงิน ไม่ว่าจะตกปลา จับแมลง หรือจะปลูกดอกไม้ ขายผลไม้ไงล่ะ

[wp_ad_camp_2]

Animal Crossing คือ เกมที่ดีไซน์มาให้ทุกอย่างสร้างมูลค่าได้ด้วยเงิน Bells และทุกอย่างในเกมสามารถสร้างรายได้ ซึ่งคุณสามารถวางแผนการสร้างรายได้ในเกมได้ เช่น อาชีพชาวประมง เกษตรกรรม ช่างฝีมือ (คราฟของขาย) นักลงทุน (เล่นหุ้นในเกม) นักออกแบบเสื้อผ้า

โดยในเกมจะผสมผสานให้ชีวิตคุณเป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว (เป็ด) คือ ไม่ต้องเก่งแต่ต้องทำเป็นในทุกด้าน! ในหมายถึงว่า การจัดสรรเวลา สำคัญอย่างมาก เหมือนกับเวลาในชีวิตจริง คุณจำเป็นต้องกำหนดว่า ในแต่ละวันของชั่วโมงการทำงานนั้น สมมติที่ 8 ชั่วโมง คุณจะต้องทำอะไรบ้างเพื่อให้งานนั้นสำเร็จลุล่วงลงไปด้วยดี

และเกมส์นี้ยังสอนให้เรารู้จักรอผลลัพธ์ด้วยนะ  ใจร้อนไปอาจเสียเปล่า เพราะระบบการซื้อของในบางรายการเราต้องรออีกวันถึงจะได้มา รวมถึงการจำกัดการและซื้อของด้วย Nook Mile ที่อนุญาตให้ได้แค่ 5 ชิ้นต่อวัน นี่ก็เป็นอีกสิ่งที่คุณต้องเตรียมวางแผน ซึ่งในเกมคุณจะเจอกลยุทธ์การตลาดอย่างสมบูรณ์แบบ

กลยุทธ์การสร้างแบรนด์

หมัดแรกของการเริ่มต้นทำธุรกิจ มีการวางแผนไปแล้วต้องมี Story ของแบรนด์ ซึ่งในเกม คุณจำเป็นต้องดีไซน์ตัวตน ว่าคุณจะเป็นใคร เช่นเดียวกันเพื่อนบ้านที่คุณต้องเจอนั้นแต่ละตัวละครก็มี Story ที่ต่างกัน ทำให้เพื่อนบ้านบางตัวเป็นที่นิยม และมีมูลค่ามาก ๆ ในต่างประเทศเช่นเดียวกับไทยเองก็เป็นการเฟ้นหา และยอมซื้อเพื่อนบ้านด้วยเงินหลายล้าน Bells เลยทีเดียว

เช่นเดียวกัน ถ้าแบรนด์คุณถูกกำหนดให้มีเรื่องราวที่ตรงใจผู้บริโภค แพคเกจ โลโก้ ภาพลักษณ์ ฯลฯ มีส่วนผสมหรือกระบวนการลดปัญหาของผู้บริโภคได้แล้วล่ะก็… ฮุกใจได้อยู่หมัดเลยล่ะคราวนี้ แต่อย่าลืมนี่แค่เริ่มต้น

กลยุทธ์พันธมิตร

สิ่งต่อมาที่คุณต้องทำเป็นกิจวัตรนั่นก็คือ การสร้างพันธมิตร เช่นเดียวกับ Animal Crossing คุณจำเป็นต้องมีมิตรแท้หรือเพื่อนบ้านที่ดีนั่นเอง พวกเขาเหล่านั้นจะช่วยส่งเสริมให้เกาะของคุณ รวมถึงการให้ผลตอบแทนไม่ว่าจะเป็นเงินเบล หรือไอเทมแปลกใหม่ ทำให้คุณอยู่เหนือผู้เล่นอื่นได้… อย่างน้อยไอเทมบางอย่างก็สร้างมูลค่าสูงได้ล่ะนะ

เช่นเดียวกันกับการทำธุรกิจ คุณจะ Alone แม้คุณจะสร้างมาด้วยตัวเองไม่ได้ คุณจำเป็นต้องมีพันธมิตรทางธุรกิจ .. เพื่ออะไรล่ะ?? ก็เพื่อให้คุณลดทอนกระบวนการบางอย่าง ลดทอดค่าใช้จ่ายและยังเป็นสะพานสร้างให้คุณไปถึงเส้นชัยได้โดยง่าย เช่น ถ้าคุณอยากอบขนมขาย แต่คุณไม่รู้จักซับพลายเออร์ใดเลย คุณเลยต้องจ่ายค่าแพคเกจในราคาสูงที่อาจสูงกว่าเจ้าอื่น หรือคุณอยากจะนำไปวางขายในร้านกาแฟต่าง ๆ กระจายทั่วพื้นที่ของคุณ แต่นั่นแหล่ะคุณก็ไม่มีพันธมิตร ไม่รู้จักใคร.. มันทำให้คุณต้องเหนื่อยกว่า ขยันมากกว่า คนที่เขามีพันธมิตรอยู่ ที่เพียงแค่ยกหู รุ่งขึ้นขนมก็ถูกส่งกระจายไปทั่วพื้นที่ ซึ่งนั่นเป็นสะพานในการเป็นการเพิ่มยอดขายนั่นเอง

กลยุทธ์ลูกค้าชั้นดี

Animal Crossing บอกให้เรารู้ว่า เมื่อคุณมีพันธมิตรแล้วสิ่งที่คุณจะได้กลับมานั่นคือมิตรแท้.. และคุณจะได้รับข่าวสารรวมทั้งไอเทมใหม่อยู่บ่อย ๆ รวมทั้งในเกมยังมีการทำ CRM (Customer Relationship Management)  อยู่เป็นเนือง ทำให้เราไม่เคยลืมพวกเขานั่นเอง เอ้า!! หลายคนงง นี่เล่นเกมนะ จะมีกลยุทธ์นี้ได้อย่างไร อ่านเรื่องเกี่ยวกับ CRM

เราไขข้อข้องใจนี้ให้ว่าในเกม จะมีการส่ง EMail เพื่อบอกว่า เฮ้… เรา (เพื่อนบ้าน) กำลังต้องการอะไร และรวมถึง TOM NOOK (ผจก.เกาะ) ว่าเขามีอะไรที่คุณจะต้องทำในลำดับต่อไป แม้กระทั้งนักขายของที่เราเจอในบางวันหรือบางเทศกาล ที่ส่ง Email มาขอบคุณเรา ซึ่งรู้หรือไม่ ขณะที่เราเลือกซื้อของนั้น ระบบได้จับพฤติกรรมความชอบ แล้วจัดสินค้าดีไซน์ที่ตรงกับเรามาขายเพื่อให้เราต้องยอมควักเงินในกระเป๋า ยอมทำงานให้หนักขึ้นเพื่อซื้อสินค้าเหล่านั้นไงล่ะ

ลูกค้าชั้นดีในที่นี้คือใคร ?

ลูกค้าชั้นดีก็คือลูกค้าที่เกิด ความภักดี (Loyalty) เป็นแฟนพันธุ์แท้ของคุณนั่นแหล่ะ คนที่เป็นใครก็ได้ที่ยอมจ่ายเพื่อใช้สินค้าของคุณและนึกถึงคุณอยู่เสมอในวันที่ต้องการใช้บริการหรือจ่ายนั่นแหล่ะ  ซึ่งข้อนี้คุณจะทำยังไงให้คุณเกิดลูกค้าได้ และเขาเหล่านั้นจะเป็นลูกค้าที่มั่นคงต่อคุณ นั่นก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพของสินค้า บริการ ของคุณแล้วล่ะ ไหนลองร่างขึ้นมาแล้วแยกออกมาเป็นข้อ ๆ ว่าคุณมี SWOT อย่างไร ? อ่านเรื่องเกี่ยวกับ SWOT รู้จักตัวธุรกิจของคุณมากน้อยแค่ไหน รู้แล้วรีบหารอยรั่ว อุด ปะให้เร็วที่สุด จะส่งผลดีต่อธุรกิจของคุณเอง

CRM ก็เป็นส่วนหนึ่งที่นอกจากจะช่วยรักษาฐานลูกค้าแล้วยังช่วยให้คุณได้ลูกค้าใหม่เพิ่ม ด้วย Data ต่างๆ จากพฤติกรรม การเลือกซื้อ ความต้องการ แล้วนำมาวิเคราะห์ต่อแผนการตลาดของคุณนั่นแหล่ะ

กลยุทธ์การใช้คูปอง

Animal Crossing บอกเราว่า นี่ ๆ ถ้าคุณอยากได้คูปองแลกของฟรี คุณต้องซื้อของให้ถึงเป้าสิ เห็นได้ชัดจากการซื้อพรมกับเจ้าอูฐ Saharah ตัวละครในเกมส์ ที่นานๆ จะโผล่มาที ก็มีโอกาสได้ตั๋วเมื่ได้ครบ 5 ใบ ก็นำมาแลกซื้อสินค้าที่มีทั้งพรม พื้นบ้านและวอลเปเปอร์ตกแต่งบ้าน ซึ่งเจ้า Saharah ก็กำหนดกลยุทธ์นี้ไว้สำหรับการขายของเพื่อให้คุณสนุกไปกับการซื้อขาย แถมยังได้ผลดีซะด้วยสิ

กลับมาที่ธุรกิจของคุณ เปรียบเป็นแผนการตลาดโปรโมชั่น ซึ่งเราบอกเลยว่า การมีโปรโมชั่นนั้นก็ดี ช่วยกระตุ้นยอดขาย แต่อย่าใช้หมัดนี้มากเกินไป เพราะจะดึงทำให้มูลค่าสินค้าของคุณดิ่งลง

ทำไมเราถึงบอกแบบนี้… คุณลองคิดดู ถ้าคุณจัดโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถมบ่อย ๆ ทุกเทศกาล แน่นอนว่า สินค้าของคุณในราคาปกติจะขายไม่ได้ เพราะผู้บริโภคเขาก็จะรอช่วงเวลานั้นไงล่ะ นอกจากคุณมีกลยุทธ์อื่นที่นำมาเสริม แล้วใช้กลยุทธ์นี้เป็นเพียงใบเบิกทางให้คุณมียอดขายสูงนั่นล่ะ

กลยุทธ์ด้านการใช้พนักงานขาย :

Animal Crossing บิ้วเก่ง ไม่ว่าคุณจะเข้าร้านไหน ร้านเสื้อผ้าหรือร้านชำ คุณก็ต้องเสียเงินให้กับเขาเหล่านี้ ไม่ใช่เพราะคุณจำเป็นต้องซื้อนะ แต่ด้วยความสุภาพ ความน่ารัก และความเป็นกันเอง ของพนักงานขายเหล่านี้ต่างหาก คุณจะเห็นว่า ในเกม กำหนดให้พนักงานมีเครื่องแบบที่น่ารักมาก รวมถึงความเอาใจใส่ลูกค้า พูดคุยและให้คำแนะนำต่าง ๆ ทำให้คุณตัดสินใจซื้อหรือไม่ได้ด้วยตัวเอง

เรากำลังบอกว่าให้คุณหันแบบพลิกคอกลับมาเลย ว่าพนักงานของคุณ หรือแอดมินของคุณนั้นเป็นอย่างไร แม้คุณจะอบรมพนักงานมาเป็นอย่างดีแล้ว ก็อย่าเพิกเฉย ละเลย เพราะพนักงานขายนับเป็นหน้าตาของสินค้าได้เลย

เริ่มจากภาษาที่ใช้ รอยยิ้ม ความใส่ใจ ข้อมูล ความสะอาด เสื้อผ้าหน้าผม และที่สำคัญความยินดีพร้อมบริการหรือ Service Mild มีมากน้อยแค่ไหน ต้องหมั่นตรวจสอบแล้วกำหนดคะแนนไว้ จะช่วยให้พนักงานปรับตัว และธุรกิจของคุณได้เปรียบคู่แข่งนอกจากคุณภาพของสินค้าอย่างแน่นอน

นี่คือส่วนเล็ก ๆ ของ Animal Crossing กับบทวิเคราะห์ “เกมที่เป็นมากกว่าเกม” เชื่อว่ายังมีอีกหลายแง่ธุรกิจที่ต้องเจอและสามารถมาประยุกต์ใช้ในเชิงธุรกิจได้

[wp_ad_camp_3]

Related Post