คุณเป็น Introvert หรือ Extrovert กันแน่ ?

เช็คตัวเองว่าเป็น Introvert หรือ Extrovert พร้อมแบบทดสอบออนไลน์

introvert เป็นคำที่หลายคนยังไม่เข้าใจดีนัก คำนี้ถูกบัญญัติโดย คาร์ล กุสตาฟ จุง นักจิตบำบัด ผู้เสนอแนวคิดทฤษฎีบุคลิกภาพ ซึ่งแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ โครงสร้างของบุคลิกภาพ และบุคลิกภาพส่วนบุคคล

โครงสร้างบุคลิกภาพ

อีโก้ (Ego) อีโก้เป็นศูนย์กลางของบุคลิกภาพ อยู่ในส่วนของจิตสำนึก (Conscious) ประกอบด้วยความจำ ความรู้สึกนึกคิด การตัดสินใจ และสติ จะเห็นว่าส่วนนี้เป็นส่วนที่คนเราทั่วไปสามารถรับรู้ได้โดยตนเองตลอดเวลา อีโก้กำหนดให้บทบาทหน้าที่คนเป็นตัวตนของแต่ละคนแตกต่างกันชัดเจน

จิตใต้สำนึกส่วนบุคคล (Personal Unconscious) ส่วนถัดมาจากอีโก้ ประกอบด้วยความจำแบบประสบการณ์ (Experiences) ประสบการณ์นั่นเคยอยู่ในจิตสำนึกมาก่อน แต่ถูกกดลงสู่จิตใต้สำนึก โดยกลไกทางจิต เนื่องจากความต้องการลืมประสบการณ์เหล่านั้น หากเป็นความเจ็บปวดที่ไม่ต้องการ ไม่พอใจ หรือความต้องการจำสิ่งที่เป็นประสบการณ์ดี ภายในจิตใต้สำนึกส่วนบุคคลนี หากรวบรวมให้เป็นกลุ่มและสร้างหมวดหมู่จนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเราเรียกสภาวะนั้นว่า ปม (Complex) หลายคนเข้าใจคำนี้ได้ง่ายกว่าสิ่งที่กล่าวมาส่วนแรก พอบอกว่ามันคือ “ปม” ก็เท่ากับว่า จิตใต้สำนึกเหล่านั้นเป็นการรวมรวบประสบการณ์มากมายของบุคคลนั้นไว้ เช่น ปมเกี่ยวกับครอบครัว พ่อแม่ พี่น้อง ความรู้สึกความจำต่าง ๆ ในสมัยเด็กหรือเท่าที่จำความได้ จิตใต้สำนึกส่วนบุคคลนี้เอง จะเป็นตัวกำหนดว่าควรจำ หรือลืม หรือการที่ผู้หญิงสักคนเลือกแฟนที่นิสัยคล้ายคลึงกับพ่อ ก็เพราะเขามีปมที่ดีเกี่ยวกับบิดานั่นเอง ที่อยากจดจำอยากกระทำซ้ำเมื่อนึกขึ้นมาได้

จิตใต้สำนึกส่วนสะสมประสบการณ์ในอดีต (Collective Unconscious) จิตใต้สำนึกส่วนนี้ ได้รับอิทธิพลมาจากบรรพบุรุษ ตั้งแต่สมัยที่มีมนุษย์เกิดขึ้นบนโลก เหตุนี้มนุษย์ทุกคนบนโลกจะเชื่อว่า ทุกคน ทุกเชื้อชาติ ตระกูลและทุกเผ่าพันธุ์มีประสบการณ์เดียวกันและเชื่อมั่นว่าตัวเองเป็น “มนุษย์” โดยผ่านการบันทึกข้อมูลที่อยู่ในสมองและถ่ายทอดกันมารุ่นสู่รุ่นยาวนานหลายร้อยหลายพันปีจนถึงปัจจุบัน เหตุนี้เองมนุษย์จึงบันทึกจิตใต้สำนึกส่วนนี้ไว้ อาจเรียกได้ว่าเป็นความเชื่อ เช่น ความเชื่อที่ว่าทารกต้องได้รับความอบอุ่นจากแม่เป็นจึงจะมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น หรือประสบการณ์ใด ๆ ที่ทำกันตลอดมาโดยมนุษย์ตั้งแต่อดีตจนเราเห็นในปัจจุบัน

หน้ากาก (Persona) คือสภาวะบุคคลที่ต้องแสดงไปตามบทบาท เป็นไปตามความคาดหวังของ “สังคม” เป็นไปตามขนบ ตามที่สังคมได้กำหนดไว้ เพื่อเป็นการแสดงออกให้สังคมยอมรับสร้างความประทับใจแก่บุคคลในสังคมนั้น ซึ่งบางครั้งบุคลิกภาพในส่วนนี้มีความขัดแย้งต่อบุคลิกภาพส่วนตัวแท้จริงภายในบุคคลนั้น หมายความว่า บุคลิกภาพส่วนที่แท้จริงนั้น โดนหน้ากากปิดบังอยู่ และทำให้บุคคลนั้นขาดความเป็นตัวของตัวเอง กลายเป็นคนที่สวมหน้ากากเข้าหาผู้อื่นตลอดเวลา จนขัดแย้งกันในตัวเอง สร้างบุคลิกเสมือนจริง หลงลืมไปว่าตนเองเป็นใครอะไรเรื่องจริงหรือเรื่องโกหก

เงาแฝง (Shadow) ภาพอาร์คีไทป์ คือ เป็นต้นแบบหรือแม่แบบที่ก่อตัวมาจากสัตว์ก่อนจะวิวัฒนาการเป็นมนุษย์ หรือเรียกได้ว่าเป็นสัญชาตญานของสัตว์ที่ส่งผลให้มนุษย์กระทำ แสดงความชั่วร้าย ก้าวร้าว ความเถื่อนของจิตใจ พฤติกรรมต่าง ๆ ที่แสดงออกโดยสัญชาตญาน เช่น การทำความขัดแย้งกับกฎหมาย แหวกประเพณีอันดีของคนในสังคมที่ยอมรับว่าดี (จริง ๆ อาจจะไม่ดีก็มีบ้าง) เงาแฝงเหล่านี้จึงถูกปกปิดโดยจิตใต้สำนึก

ลักษณะซ่อนเร้น (Amina or Animus) เชื่อว่ามนุษย์ มีลักษณะของทั้งสองเพศอยู่ในคนเดียวกัน โดยเห็นได้จากชายที่อาจมีความอ่อนโยน นุ่มนวล เป็นลักษณะที่เชื่อว่าเป็นของเพศหญิง (Anima) หรือหญิงที่มีความก้าวร้าวรุนแรง ห้าวหาญที่เชื่อเช่นกันว่า เป็นลักษณะเฉพาะของเพศชาย (Animus) โดยลักษณะทั้ง 2 แบบนี้เอง ทำให้มนุษย์ทั้งเพศชายและหญิงเข้าใจธรรมชาติของเพศฝ่ายตรงข้ามได้ด้วยตัวเอง

ลักษณะบุคลิกภาพส่วนบุคคล

Introvert

ตามความหมาย คือ แบบเก็บตัว เป็นบุคลิกภาพที่มีแนวโน้มว่าเป็นคนชอบเก็บตัว ชอบความเงียบสงบไม่ชอบการเข้าสังคม เป็นคนขี้อาย บางรายเป็นคนขาดสมาธิในเวลาอยู่ท่ามกลางฝูงชน ทำให้ขาดความมั่นใจในตนเอง ชอบใช้การหนีปัญหามากกว่าเผชิญหน้า

แต่หากดูเพียงผิวเผิน ก็มิได้หมายความว่าเขาเป็นแบบที่กล่าวมาซะทีเดียว บางทีคนประเภทนี้กลับถูกมองว่าก้าวร้าว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความไม่ชอบพูดเยอะ แต่เป็นคนคิดเยอะซะมากกว่า (เป็นคนคิดมากกว่าพูดนั่นเอง)

ข้อดี : คนเหล่านี้มักมีความสามารถโดดเด่น เช่น นักประดิษฐ์ นักคิด นักเขียน สร้างเรื่องราวต่าง ๆ ได้มากมาย นักดนตรี ศิลปินชื่อดังหลายคน คือ บุคคลประเภทนี้

ข้อเสีย : หลายคนเป็นโรคซึมเศร้า ชอบแยกตัวจากสังคม ไม่เอาสังคม สร้างความสัมพันธ์ ไว้ใจคนยาก

Extrovert

คือคนที่ลักษณะตรงข้าม คือ คนที่ชอบเข้าสังคม ชอบมีเพื่อนเยอะ เพื่อนและสังคมเป็นพลังที่เข้ามาเติมเต็มชีวิตของคนประเภทนี้ การอยู่คนเดียวทำให้คนเหล่านี้เกิดความเหงาและว้าเหว่ คนประเภทนี้มักตัดสินคนจากความรู้สึก บางทีเราเห็นคนเหล่านี้เป็นหัวโจกหลังห้อง ดูไม่ตั้งใจเรียน นั่นก็เพราะว่าเขาจะสนใจแต่ในสิ่งที่ชอบเท่านั้น ถ้าอะไรดูไม่ใช่สาระสำหรับเขา ก็อาจทำให้เขาเมินหน้าหนีไปได้

แต่ทั้งนี้เราก็ต้องเข้าใจว่า Extrovert นั้นไม่ได้เป็นเหมือนกันทุกคน เพราะในความเป็นจริงมนุษย์เรานั้นก็ไม่ได้อยากออกไปพบผู้คนตลอดเวลา เพียงแต่บุคลิกภาพหลักๆ ที่ชัดเจน ช่วยให้สามารถเข้าใจได้ว่า ใครเป็น introvert หรือ extrovert

ข้อดี : ชอบพบปะพูดคุย เป็นมิตรกับคนง่าย ชอบความเฮฮา สนุกสนาน ชอบเป็นผู้นำ

ข้อเสีย : บางคนเป็นประเภทพูดไม่คิด คือพูดแล้วค่อยมาคิดอีกที ก็พาลปากพาจนได้เหมือนกัน บางทีก็อาจรับข้อมูลมาเยอะเกินไปจนทำให้จิตใจสับสนวุ่นวาย

สำรวจตัวเองว่าเป็นใครกันแน่

Model การแบ่ง Introvert ถูกจำแนกเป็น 4 มิติ โดยนักจิตวิทยามหาวิทยาลัย wellesley, ชื่อว่า Jonathan Cheek ได้ดังนี้

Social – Introvert ถ้าเลือกให้อยู่คนเดียวได้ จะเลือกอย่างนั้น และมีความสุขกับการอยู่กับตัวเองหรือคนกลุ่มเล็กๆ ประเภทเดียวกัน (นั่งอ่านหนังสือด้วยกันแต่ไม่ต้องคุยกันก็มี)

Thinking – คนเป็น introvert มักจะดำดิ่งกับความคิดของตน คนทั่วไปอาจจะมองว่าแปลกแยก ทบทวนความคิดของตัวเองซ้ำๆ อย่างลึกซึ้ง

Anxious – Introvert มักจะชอบอยู่คนเดียว พูดกันตัวเอง ระมัดระวังเวลาไปในสถานที่ที่มีคนจำนวนมาก หรือต้องเข้าสังคม หรือมองโลกด้วยความกังวล

Restrained – Introvert ที่มีลักษณะนี้สูงคือคิดก่อนทำ หรือคิดก่อนพูด ทุกอย่างเต็มไปด้วยสติ ส่วน Extrovert คือทำตรงกันข้ามแบบประเภทพูดไม่คิด (ไม่ใช่ทุกคน)

ส่วน Extrovert คนมักเข้าใจด้านเดียวว่าเขาชอบอยู่ท่ามกลางฝูงชน แต่จริงๆ แล้วนักวิจัยก็ได้แบ่งพวกเขาเป็น 2 ประเภทเช่นกัน ด้วยแนวคิดจากงานวิจัยของ Erica N. Grodin และ Tara L. White ตีพิมพ์ใน Cognitive, Affective & Behavioral Neurosice

Agentic Extrovert : คนเหล่านี้ได้รับพลังจากชัยชนะ ความสำเร็จ เป็นแรงพลักดัน คนลักษณะนี้จึงเหมาะที่จะเป็นผู้นำ เป็นคนมีความหนักแน่น กล้าได้กล้าเสีย ชอบการแข่งขัน และมีความเป็นตัวของตัวเองสูง

Affiliative Extrovert : คนกลุ่มนี้ชอบการเข้าสังคม เป็นคนมีเพื่อนมาก คุยกับคนแปลกหน้าได้อย่างสบายๆ ไม่เคอะเขิน ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างเป็นสิ่งที่สำคัญกับคนเหล่านี้เป็นอย่างมาก

ในความรู้สึกของคนเรานั้น แม้บางคนอาจจะมีความอิจฉา หรือไม่ชอบใจในคนบางประเภท ก็มิอาจห้ามได้ แต่สิ่งที่ควรพยายามทำมากที่สุดคือ “เข้าอกเข้าใจกัน” และอยู่โดยปราศจาก “อคติ” ที่จะมาแย่งความเป็นเพื่อนมนุษย์ที่ดี จากเราและอีกหลายคนบนโลกใบนี้

แบบทดสอบว่าคุณเป็นคนประเภทไหน
https://www.quietrev.com/the-introvert-test/

ยังไม่แน่ใจ…ทดสอบได้อีกที่ link นี้
https://ideas.ted.com/quiz-are-you-an-extrovert-introvert-or-ambivert/

อ้างอิง : https://www.simplypsychology.org/carl-jung.html

บทความน่าอ่าน